บริการทำความสะอาด: กำจัดเชื้อโรคในฝักบัวอาบน้ำได้ง่ายๆ ในปัจจุบันหลายบ้านจะใช้ “ฝักบัวอาบน้ำ” แทนการใช้ขันอาบน้ำ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมาก เพราะทำให้สะดวกสบายในการใช้งานทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ เพียงแค่เปิดพ่นละอองน้ำชำระร่างกาย ใช้งานไม่ยุ่งยาก และยังมีประโยชน์คือทั้งประหยัดน้ำ ประหยัดแรงและเวลาในการอาบน้ำด้วย แต่ใครจะรู้ว่า การใช้ฝักบัวในการอาบบน้ำ ก็เป็นอันตรายได้

อันตรายที่แฝงอยู่ในฝักบัวอาบน้ำ

ถือว่าเป็นภัยเงียบที่เราคาดไม่ถึงเลยก็ว่าได้ เพราะคราบเชื้อโรคอาจจะไปสะสมอยู่ในฝักบัวได้ หากฝักบัวที่ใช้งาน โดยที่ไม่เคยทำความสะอาดเลย หรือถูกใช้งานมานานพอสมควร ก็จะทำให้เราได้รับเชื้อโรค เป็นสาเหตุของความเจ็บป่วยได้ง่าย เพราะ หัวฝักบัวอาบน้ำเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่เราอาจจะมองไม่เห็น ซึ่งกลุ่มของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่รวมกันมีโครงสร้างจากสารพอลิเมอร์ที่จุลินทรีย์สร้างขึ้น และปล่อยออกมานอกเซลล์ยึดเกาะที่ผิวเพื่อทำหน้าที่เป็นชั้นปกป้องแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ภายใน จะสะสมมากบริเวณหัวฝักบัวแบบโลหะและพลาสติก

ซึ่งขณะที่เรายกฝักบัวขึ้นอาบน้ำอาจสูดหายใจเอาละอองแบคทีเรียเหล่านี้เข้าไปและอาจทำให้เกิดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค เมื่อเราสูดดมมากๆ แบบไม่รู้ตัวแบคทีเรียเหล่านี้ก็จะเข้าไปโจมตีปอดจนทำให้เกิดการอักเสบและถ้าไม่ได้รับการรักษาในทันทีอาจลุกลามไปสู่การเป็นปอด ติดเชื้อเรื้อรังได้นั่นเอง ดังนั้น วันนี้จะมาพูดถึงเคล็ดลับการทำความสะอาดเชื้อโรคในฝักบัวอาบน้ำ เพื่อกำจัดเชื้อโรคที่สะสมอยู่ภายใน ที่ต้นตอที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้

เคล็ดลับการทำความสะอาดฝักบัวอาบน้ำ

1. ถอดออกมาแช่ในน้ำส้มสายชู 1 คืน แต่ถ้าเป็นประเภททองเหลืองหรือนิกเกิลให้แช่ไว้เพียง 30 นาทีเท่านั้น จากนั้นก็ล้างน้ำสะอาดและสวมกลับเข้าที่เดิมเปิดน้ำไล่สักครู่ หลังจากนั้นนำแปรงสีฟันที่ไม่ใช้ขัดทำความสะอาดอีกครั้ง เพื่อกำจัดคราบให้ฝักบัวกลับมาสะอาดอีกครั้ง

2. ใช้วิธีการเทน้ำส้มสายชูลงในถุงพลาสติก และนำไปครอบหัวฝักบัวไว้โดยใช้หนังยายงรัดให้แน่นและแช่ไว้ในน้ำส้มสายชู 1 คืน และทำตามขั้นตอน หรืออาจจะใช้ยาสีฟัน ก็สามารถใช้ทำความสะอาดฝักบัวได้ทุกประเภทแต่จะถ้าใช้ได้ดีกับฝักบัวแบบยางง่ายๆ

3. หรือจะใช้เบคกิ้งโซดา ที่มีประโยชน์ในการขจัดคราบตะกรันไม่แพ้น้ำส้มสายชู เพียงนำเบคกิ้งโซดาในอัตรา 1/3 ถ้วยตวงผสมกับน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง แล้วนำหัวฝักบัวลงไปแช ทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อครบเวลาให้นำแปรงมาขัด และเปิดน้ำเพื่อไล่คราบตะกรันและสิ่งสกปรกหมดไป วิธีการเดียวกับการใช้น้ำส้มสายชูเลย

แต่ถ้าหากเกิดปัญหาฝักบัวเป็นสนิมเพราะส่วนใหญ่คราบสนิมมักเกิดขึ้นกับวัตถุที่เป็นโลหะโดยเฉพาะอุปกรณ์ในห้องน้ำอย่างฝักบัว ที่ต้องโดนน้ำและความชื้นอยู่ทุกวัน ซึ่งทำลายผิวโครเมียมหรือผิวเคลือบของอุปกรณ์ภายในห้องน้ำทำให้เกิดคราบสนิมได้ง่ายยิ่งขึ้น ก็สามารถใช้น้ำส้มสายชู ยาสีฟัน ขัดทำความสะอาดเหมือนกับวิธีทำความสะอาดคราบตะกรันบนฝักบัวที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบผิวโครเมียม เพื่อช่วยเพิ่มความเงางาม ทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและป้องกันการเกิดสนิมได้นั่นเองอย่างไรก็ตาม เราก็ต้องใช้งานฝักบัวให้ถูกวิธีด้วย เช่นถ้าหากฝักบัวเสื่อมสภาพก็ควรเปลี่ยนหัวฝักบัวก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเข้าสู่ปอดได้เช่นกัน